วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เรื่องร้อนๆในโลกเย็นๆของไศกรีม

รัฐบาลอเมริกันในสมัยประธานาธิบดีคนที่ 40 คือ ประธานาธิบดีรอนัลด์ เรแกน ได้ประกาศเป็นทางการให้ “เดือนกรกฏาคมเป็นเดือนของไอศกรีมแห่งชาติ” และให้ “วันอาทิตย์ที่สามของเดือนกรกฏาคมเป็นวันไอศกรีมแห่งชาติ”
การประกาศดังกล่าวนับว่าช้าไป ด้วยไอศกรีมเป็นอุตสาหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งในสหรัฐอเมริกา มียอดขายถึงปีละ 20,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณแปดแสนล้านบาท-ผู้แปล)
ซึ่งองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (USDA) กล่าวว่า ชาวอเมริกันบริโภคไอศกรีมเฉลี่ยคนละ 23 ควอร์ต ต่อปี (ประมาณ 1.5 กิโลกรัม-ผู้แปล) และที่น่าฉงนก็คือ ไอศกรีมโคนหนึ่ง ก้อน (scoop) นั้น คนเราจะละเลียดเลียถึง 50 ครั้ง
ไม่กี่ปีมานี้ ผู้ผลิตคิดสูตรพิเศษและพิเศษที่สุดเพื่อตอบสนอง “ความปรารถนาของผู้บริโภค” จึงมีทั้งสูตรธรรมดา/ดั้งเดิม (regular) ไขมันครึ่งเดียว (light) ลดไขมัน reduced fat) ไขมันต่ำ (low-fat) และไร้ไขมัน (non-fat) โปรดดูคำจำกัดความ
หน้าถัดไป
ไอศกรีมได้รับผลกระทบจากการที่ประชาชนตื่นตัวเรื่องการบริโภคอาหารแป้ง/ไขมันน้อยลง เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อาหารชนิดอื่นๆ ผลสำรวจของ ACNielsen สิ้นสุดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2004 นี้ พบว่า ในรอบ 52 สัปดาห์ (1 ปี) ที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายไอศกรีมทั้งปริมาณและจำนวนเงินลดลงประมาณ 3 % แต่ตัวเลขนี้อาจไม่คงที่ เนื่องจากผู้ผลิตไอศกรีมต่างคิดไอศกรีมสูตรไขมันต่ำ รสชาติดีเยี่ยมออกมามากมาย เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอเสนอไอศกรีมสูตรใหม่ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่ายอดเยี่ยม (ผู้เชี่ยวชาญคือ แคที แมตต์ แอนน์ และแอล)


เกร็ดประวัติไอศกรีม
ผู้ศึกษาประวัติไอศกรีมบางกลุ่มเชื่อว่า อาหารยอดอร่อยนี้ถือกำเนิดในประเทศจีน โดยแปรรูปจากหวานเย็นที่บริโภคตามบ้าน หลายกลุ่มกลับคิดว่าไอศกรีมเกิดขึ้นในยุโรป มีชาวฝรั่งเศสหรืออิตาเลียนทำหวานเย็นจากน้ำผลไม้ แล้วจึงคิดเติมนมกับไขมันด้วย
อย่างไรก็ดี นับว่าสหรัฐอเมริการิเริ่มนำหวานเย็นซึ่งบริโภคกันในหมู่ชนชั้นสูงจำนวนน้อย
มาผลิตเพื่อสาธารณชน ร้านขายไอศกรีมแห่งแรกของชาวอเมริกันเปิดขายในนครนิวยอร์ก เมื่อปีค.ศ. 1776 (พ.ศ. 2319 ปีที่สหรัฐอเมริกาประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นต่ออังกฤษ – ผู้แปล) ต่อมาปี ค.ศ.
1812 ดอลลี แมดิสัน ภริยาของประธานาธิบดีสั่งให้เสิร์ฟไอศกรีมในงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งประธานาธิบดี ณ ทำเนียบขาว แต่หนุ่มชาวบอลทิมอร์ รัฐแมรีแลนด์ ชื่อ เจคอบ ฟัสเซลล์ (Jacob
Fussell) เป็นผู้ริเริ่มผลิตไอศกรีมเป็นอุตสาหกรรมจำหน่ายแก่ปวงชนอเมริกัน ราคาจึงถูกลงและหาซื้อได้ง่ายขึ้น

ไอศกรีมสูตร “พิเศษ” และ “ไขมันต่ำ” คืออะไร
ส่วนผสมหลักของไอศกรีมธรรมดา (ในเมนูไอศกรีมมักเรียกว่า สูตรดั้งเดิม – ผู้แปล) คือ ไขมันนม นม และน้ำตาล ในสหรัฐอเมริกานั้น ไอศกรีมต้องมีส่วนผสมไขมันนม 10% และจะเรียกว่า สูตรพิเศษ (premium) หากผสมไขมันนม 16% หรือมากกว่า นอกจากนี้ ผู้ผลิตมักผสมผลไม้ ถั่ว ช็อกโกแลตชิพ หรือลูกกวาด ทั้งเพิ่มรส สีสัน และกลิ่นหอมต่างๆเพื่อจูงใจผู้บริโภค
ภาชนะบรรจุไอศกรีมนานารูปแบบในซูเปอร์มาร์เก็ตก็ทำให้ลูกค้าสับสนได้ ผู้ซื้อต้องมั่นใจว่าต้องการชนิดใด องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้กำหนดมาตรฐานของไอศกรีมไว้ ซึ่งผู้บริโภคควรดูคำจำกัดความที่ภาชนะบรรจุ ดังนี้
ไอศกรีม (Ice cream) คือ ผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง ผลิตจากส่วนผสมของนม โดยมีไขมัน
นมอย่างน้อยที่สุด 10% (เรียกว่าสูตรธรรมดาหรือสูตรดั้งเดิม – ผู้แปล)
สูตรลดไขมัน (Reduced fat) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมน้อยกว่าสูตรธรรมดาหรือ
ดั้งเดิม 25%
สูตรไขมันครึ่งเดียว (Light) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมน้อยกว่าสูตรธรรมดา 50%
ให้พลังงานลดน้อยลง 33% (สูตรนี้มักเรียกทับศัพท์ว่า “ไลต์” - ผู้แปล)
สูตรไขมันต่ำ (Low-fat) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมมากที่สุดไม่เกิน 3 กรัมใน
ไอศกรีมสำหรับหนึ่งคน (เสิร์ฟเพียงครึ่งถ้วย)
สูตรไร้ไขมัน (Non-fat) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมน้อยกว่า 0.5 กรัมในไอศกรีม
สำหรับหนึ่งคน
ไอศกรีมอัดแก๊ส (Overrun) คือ การอัดแก๊สใส่ไอศกรีมระหว่างกระบวนการผลิต ทำให้ได้
ปริมาณเพิ่มขึ้น และเนื้อไอศกรีมไม่จับกันเป็นก้อนน้ำแข็ง สำหรับวิธีนี้ รัฐบาลกลางของ
สหรัฐอเมริกาตั้งเกณฑ์ควบคุมไว้ว่า ไอศกรีมที่ผลิตสำเร็จแล้วต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า
4.5 ปอนด์ต่อแกลลอน (ไอศกรีมที่มีแก๊สน้อยกว่าจะมีน้ำหนักมากกว่า)
สูตรพิเศษที่สุด (Super-premium) คือ ไอศกรีมที่มีแก๊สน้อยมาก และมีไขมันนมสูง ชนิดนี้
มีจำหน่ายในตลาดเพียง 3.5%
สูตรพิเศษ (Premium) คือ ไอศกรีมที่อัดแก๊สน้อย และมีไขมันนมสูงกว่าสูตรธรรมดา ซึ่งมี
ยอดจำหน่ายสูงที่สุดในตลาดถึง 51.5%

10 อันดับ ไอศกรีมรสยอดนิยม (จากรายงานของสมาคมไอศกรีมนานาชาติ)
1. วานิลลา 6. ช็อกโกแลตชิพ
2. ช็อกโกแลต 7. วานิลลาฝรั่งเศส
3. ถั่วพีแคนผสมเนย 8. คุกกี้และครีม
4. สตรอว์เบอร์รี 9. วานิลลาฟัดจ์
5. นีโอพอลิทัน (Neopolitan) 10. ถั่วพีแคนเคลือบน้ำตาล

ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับไอศกรีม
ซิอาโอ เบลลา (Ciao Bella) : ผู้ผลิตไอศกรีมเยลลีและไอศกรีมเชอร์เบ็ตเลิศรส ใช้ส่วนผสมคุณภาพเยี่ยม และใช้วิธีผลิตด้วยมือ (handmade methods) รสอร่อยเข้มข้นไม่เหมือนของใคร บริษัท
เพิ่งได้รับรางวัลเหรียญทองสำหรับไอศกรีมช็อกโกแลตเชอร์เบ็ต จากงาน Fancy Food Show ที่นคร
นิวยอร์กเมื่อเดือนมิถุนายนนี้ สูตรอร่อยยังมีช็อกโกแลตเยลลีพร้อมมินต์สด (Fresh Mint Chocolate Chunk Gelato) และไอศกรีมเยลลีมะพร้าวเสิร์ฟในมะพร้าวครึ่งลูก
<ดูที่ www.ciaobellagelato.com>
บับบีส (Bubbies) : ผู้ผลิตเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวในรัฐฮาวาย ผู้ก่อตั้งใช้ชื่อคุณย่า(หรือยาย) เป็นชื่อร้าน กำลังโด่งดังด้วยสูตรโฮมเมดฮาวายเอียนโมชิ (Homemade Hawaiian Mochi) ใช้แผ่นแป้งรสหวานห่อก้อนไอศกรีมขนาดพอคำ (11/4 ออนซ์)
<ดูที่ www.bubbiesicecream.com>
โคลด์สโตน (Cold Stone) : ฉลองการเปิดร้านที่ไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก ครบหนึ่งปี โดยเสนอไอศกรีมเค้กแสนอร่อย รสยอดนิยมขายดีที่สุด คือ สตรอว์เบอร์รีแพสชัน (Strawberry
Passion) และ สนิกเกอร์สุพรีม (Snickers Supreme) <ดูที่www.coldstonecreamery.com>
แบสกิน-รอบบินส์ (Baskin-Robbins) : หนึ่งในร้านยอดนิยมประเภทไอศกรีมก้อนหรือ
สกูพ (scoop) มีสาขามากมาย นำเสนอไอศกรีมรสพิเศษ 2 รายการ คือ ไอศกรีมเค้กฉลองวันชาติสหรัฐอเมริกา (4 กรกฎาคม) และมาราธอนมินต์ฉลองกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน (ที่ประเทศกรีซเป็นเจ้าภาพในเดือนสิงหาคมนี้ – ผู้แปล) < ดูที่ www.baskinrobbins.com>
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่เน้นผลิตไอศกรีมเพื่อสุขภาพ ได้แก่
ไดรเอิร์ส/เอ็ดดิส (Dreyer’s/Edy’s) : ผลิตไอศกรีมไลต์ โดยวิธีปั่นไขมันช้าๆ ทำให้ได้เนื้อไอศกรีมเป็นครีมนวลสวยเหมือนแป้งเพิ่งนวดเสร็จใหม่ๆ ไขมันนมและน้ำตาลไม่ใช้ของเทียม
<ดูที่ www.dreyers.com>
ปิแอร์ส (Pierres) : ผู้ผลิตไอศกรีมสุขภาพไม่ใส่น้ำตาลแห่งเมืองคลิฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ
แต่ใช้น้ำตาลเทียม Splenda ได้ไอศกรีมไขมันต่ำที่มีรสอร่อยที่สุดที่ผู้เชี่ยวชาญเคยชิมมา มีจำหน่าย
แค่ 2 รสเท่านั้น คือ ช็อกโกแลตและวานิลลา คาดว่าปลายฤดูร้อนนี้คงผลิตรสอื่นๆเพิ่มขึ้น (ฤดูร้อนจะสิ้นสุดในปักษ์แรกของเดือนกันยายน – ผู้แปล) <ดูที่ www.pierres.com>
เบนแอนด์เจอร์ริส (Ben & Jerry’s) : ผู้ผลิตไอศกรีมสูตรพิเศษ (Premium) ชื่อดังแห่งรัฐเวอร์มอนต์ เสนอไอศกรีมไขมันต่ำ Carb Karma และไอศกรีมผัก/ธัญพืช/สมุนไพร (organic)ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ผลิตตามมาอีก <ดูที่ www.benjerry.com>

ไอศกรีม “อร่อยแน่ๆ” หากท่านปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
1. ตั้งอุณหภูมิที่ freezer ในตู้เย็นของท่านระหว่าง -5 ถึง ศูนย์ องศาฟาเรนไฮต์
2. เก็บไอศกรีมที่ด้านในของ freezer อย่าเก็บไว้ที่ด้านฝาประตู เพราะอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงได้
3. อย่าปล่อยให้ไอศกรีมละลายแล้วนำกลับมาแช่แข็งใหม่ หากเป็นเช่นนั้น สภาพของเกล็ดไอศกรีมจะใหญ่ขึ้น และรสชาติก็จะเปลี่ยนไป
4. ปิดฝาภาชนะบรรจุไอศกรีมให้แน่นเมื่อเก็บไว้ใน freezer เพื่อให้มั่นใจว่าปิดแน่นจริงๆ
ผู้เขียน (ไม่ใช่ผู้แปล) จะใช้พลาสติกอย่างดี (heavy duty) หรือแผ่นตะกั่ว (aluminium foil)
ปิดไว้ชั้นหนึ่งก่อน แล้วจึงปิดฝาภาชนะให้แน่น
5. อย่าเก็บไอศกรีมไว้ใกล้อาหารชนิดอื่นที่ไม่ได้ห่อหุ้มอย่างดี กลิ่นของอาหารเหล่านั้นสามารถ
แทรกซึมเข้าไปในไอศกรีม พร้อมทั้งทำลายรสและกลิ่นของไอศกรีมได้
หมายเหตุ - ผู้แปลเชื่อว่าทุกท่านชอบรับประทานไอศกรีม หวานเย็น น้ำแข็งใส่น้ำหวาน น้ำ
แข็งไสหรือน้ำแข็งกด ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ และหนุ่มสาว ขอจงมีความสุข
ในการบริโภคตามฐานะและโอกาสค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น