เล่ากันว่า " ไอศครีม" มีต้นกำเนิดมาจากดินแดนใน ต่างประเทศทั้งนี้ได้แพร่กระจายเข้ามาในประเทศไทยเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ในสมัยนั้นส่วนใหญ่จะใช้รับประทานกันภายในวังเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากไอศครีมเป็นอาหารหวานที่ทันสมัยหรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็น นวัตกรรมใหม่ก็ว่าได้ ใครได้ลองรับประทานไอศครีมในสมัยนั้นก็ถือ ว่าเป็นคนที่ก้าวล้ำนำสมัยไปโดยปริยาย
สืบสาวต้นกำเนิดไอศกรีมยุคโบราณ
นายโทมัส อาร์ควินนี่ ได้สันนิษฐานจุดเริ่มต้นการทำและบริโภคไอศครีมว่าน่าจะเริ่ม ตั้งแต่สมัยจักรพรรดิเนโรห์ แห่งอาณาจักรโรมัน ได้ทรงพระราชทานเลี้ยงไอศครีม ซึ่งทำจากหิมะผสมน้ำผึ้งและผลไม้ ไอศครีมประเภทนี้น่าจะเป็นเชอร์เบท (Sherber) บ้างก็ว่าคนจีนเป็นผู้ค้นพบครั้งแรกเมื่อ 3000 ปีมาแล้ว ลักษณะจะเป็นข้าวบดผสม กับนมสดที่เย็นจัดจนเป็นน้ำแข็งและได้สอนวิธีการผลิต ให้กับอินเดียและเปอร์เซีย ราชวงศ์โมกุล จะมีการนำนมสดมาผสมถั่วพิสตาชิโอ ทำเป็นของหวานแช่แข็ง เรียกว่า kulfi ซึ่งเชื่อว่าเป็นแบบแรกของไอศครีมและในแนวเดียวกันปลายศตวรรษที่ 13 มาร์โคโปโล ได้นำวิธีการผลิตไอศครีมจากจีนไปเผยแพร่ที่อิตาลี และมีการพัฒนาไปมากมายจนทำให้อิตาลีได้ชื่อว่า เป็นแหล่งไอศครีมเลิศรส
ประมาณศตวรรษที่ 15-18 สกุลเมดิช ผู้ครองแคว้นพลอเรนซ์ เป็นผู้นำตำรับการผลิตไอศครีมไปเผยแพร่ที่ฝรั่งเศส และมีการแพร่หลายอย่างรวดเร็วเมื่อปี คริสต์ศักราช 1670 นายฟรานเชลโก โปรโดนิโค ได้นำไปจำหน่ายในร้านกาแฟของตน และมี การพัฒนาให้เกิดไอศกรีมกลิ่น รส ต่าง ๆ จนกระทั่งตั้งเป็น บริชน์ ผลิตขึ้นสำหรับในอังกฤษยุคแรกจะเรียกไอศครีมว่า กรีมไอซ์ (ครีม Cream ) หรือ ไอซด์ครีม (Iced Cream) ซึ่งที่มาของชื่ออาจมาจากลักษณะของไอศครีมยุดแรก ๆ ที่มีหน้าตาเป็นเกล็ดน้ำแข็ง นั่นเอง หรือต้องการให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติดีขึ้น จนมีการพัฒนาวิธีการผลิตรวมทั้งเครื่องปั่นไอศครีม จนกระทั่งปี คริสต์ศักราช 1846 แนนซี จอห์นสัน ได้คิดเครื่องปั่นไอศครีม ที่ใช้มือหมุนได้สำเร็จ และมีการผลิตตู้เย็นได้ใน ศตวรรษที่ 19 ที่สหรัฐอเมริกา จึงทำให้ต้นศตวรรษที่ 20 เริ่มมีการผลิตไอศครีม ออกขายเป็นจำนวนมาก
ต้นกำเนิดไอศครีมในประเทศไทย
ในรัชกาลที่ 5 สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงบันทึกไว้ในความทรงจำ ในหนังสือความทรงจำหลังการเสด็จประพาสสิงคโปร์ เมื่อปีพุทธศักราช 2414 ว่า “ไอศครีมเป็นของวิเศษในเวลานั้นเพราะเพิ่งได้เครื่องทำน้ำแข็ง อย่างเล็กที่สำหรับ เขาทำกันตามเมืองไทย ทำบางวันน้ำก็แข็ง บางวันก็ไม่แข็งมีไอศครีมตั้งเครื่องแต่บางวันจึงเห็นเป็นของวิเศษ ” ซึ่งจากคำกล่าวที่ว่านี้ การทำไอศครีมจะต้องมีน้ำแข็งเป็นขอดงควบคู่กัน จากการค้นคว้าของ อเนก นาวิกมล กล่าวว่า “ มีการนำน้ำแข็งเข้ามาครั้งแรกจากสิงคโปร์และภายหลังก็มีการตั้ง โรงงานผลิต น้ำแข็งขึ้นขายหลังปีพุทธศักราช 2432 ” ถ้าดูจากหนังสือและเอกสารต่าง ๆจะพบว่าไอศครีมในสมัยแรกจะเริ่มต้นในวังก่อนที่จะมีการแพร่ หลายไปทั่ว ชาวบ้านมักเรียกกันว่า " ไอติม "
วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553
เรื่องร้อนๆในโลกเย็นๆของไศกรีม
รัฐบาลอเมริกันในสมัยประธานาธิบดีคนที่ 40 คือ ประธานาธิบดีรอนัลด์ เรแกน ได้ประกาศเป็นทางการให้ “เดือนกรกฏาคมเป็นเดือนของไอศกรีมแห่งชาติ” และให้ “วันอาทิตย์ที่สามของเดือนกรกฏาคมเป็นวันไอศกรีมแห่งชาติ”
การประกาศดังกล่าวนับว่าช้าไป ด้วยไอศกรีมเป็นอุตสาหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งในสหรัฐอเมริกา มียอดขายถึงปีละ 20,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณแปดแสนล้านบาท-ผู้แปล)
ซึ่งองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (USDA) กล่าวว่า ชาวอเมริกันบริโภคไอศกรีมเฉลี่ยคนละ 23 ควอร์ต ต่อปี (ประมาณ 1.5 กิโลกรัม-ผู้แปล) และที่น่าฉงนก็คือ ไอศกรีมโคนหนึ่ง ก้อน (scoop) นั้น คนเราจะละเลียดเลียถึง 50 ครั้ง
ไม่กี่ปีมานี้ ผู้ผลิตคิดสูตรพิเศษและพิเศษที่สุดเพื่อตอบสนอง “ความปรารถนาของผู้บริโภค” จึงมีทั้งสูตรธรรมดา/ดั้งเดิม (regular) ไขมันครึ่งเดียว (light) ลดไขมัน reduced fat) ไขมันต่ำ (low-fat) และไร้ไขมัน (non-fat) โปรดดูคำจำกัดความ
หน้าถัดไป
ไอศกรีมได้รับผลกระทบจากการที่ประชาชนตื่นตัวเรื่องการบริโภคอาหารแป้ง/ไขมันน้อยลง เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อาหารชนิดอื่นๆ ผลสำรวจของ ACNielsen สิ้นสุดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2004 นี้ พบว่า ในรอบ 52 สัปดาห์ (1 ปี) ที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายไอศกรีมทั้งปริมาณและจำนวนเงินลดลงประมาณ 3 % แต่ตัวเลขนี้อาจไม่คงที่ เนื่องจากผู้ผลิตไอศกรีมต่างคิดไอศกรีมสูตรไขมันต่ำ รสชาติดีเยี่ยมออกมามากมาย เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอเสนอไอศกรีมสูตรใหม่ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่ายอดเยี่ยม (ผู้เชี่ยวชาญคือ แคที แมตต์ แอนน์ และแอล)
เกร็ดประวัติไอศกรีม
ผู้ศึกษาประวัติไอศกรีมบางกลุ่มเชื่อว่า อาหารยอดอร่อยนี้ถือกำเนิดในประเทศจีน โดยแปรรูปจากหวานเย็นที่บริโภคตามบ้าน หลายกลุ่มกลับคิดว่าไอศกรีมเกิดขึ้นในยุโรป มีชาวฝรั่งเศสหรืออิตาเลียนทำหวานเย็นจากน้ำผลไม้ แล้วจึงคิดเติมนมกับไขมันด้วย
อย่างไรก็ดี นับว่าสหรัฐอเมริการิเริ่มนำหวานเย็นซึ่งบริโภคกันในหมู่ชนชั้นสูงจำนวนน้อย
มาผลิตเพื่อสาธารณชน ร้านขายไอศกรีมแห่งแรกของชาวอเมริกันเปิดขายในนครนิวยอร์ก เมื่อปีค.ศ. 1776 (พ.ศ. 2319 ปีที่สหรัฐอเมริกาประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นต่ออังกฤษ – ผู้แปล) ต่อมาปี ค.ศ.
1812 ดอลลี แมดิสัน ภริยาของประธานาธิบดีสั่งให้เสิร์ฟไอศกรีมในงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งประธานาธิบดี ณ ทำเนียบขาว แต่หนุ่มชาวบอลทิมอร์ รัฐแมรีแลนด์ ชื่อ เจคอบ ฟัสเซลล์ (Jacob
Fussell) เป็นผู้ริเริ่มผลิตไอศกรีมเป็นอุตสาหกรรมจำหน่ายแก่ปวงชนอเมริกัน ราคาจึงถูกลงและหาซื้อได้ง่ายขึ้น
ไอศกรีมสูตร “พิเศษ” และ “ไขมันต่ำ” คืออะไร
ส่วนผสมหลักของไอศกรีมธรรมดา (ในเมนูไอศกรีมมักเรียกว่า สูตรดั้งเดิม – ผู้แปล) คือ ไขมันนม นม และน้ำตาล ในสหรัฐอเมริกานั้น ไอศกรีมต้องมีส่วนผสมไขมันนม 10% และจะเรียกว่า สูตรพิเศษ (premium) หากผสมไขมันนม 16% หรือมากกว่า นอกจากนี้ ผู้ผลิตมักผสมผลไม้ ถั่ว ช็อกโกแลตชิพ หรือลูกกวาด ทั้งเพิ่มรส สีสัน และกลิ่นหอมต่างๆเพื่อจูงใจผู้บริโภค
ภาชนะบรรจุไอศกรีมนานารูปแบบในซูเปอร์มาร์เก็ตก็ทำให้ลูกค้าสับสนได้ ผู้ซื้อต้องมั่นใจว่าต้องการชนิดใด องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้กำหนดมาตรฐานของไอศกรีมไว้ ซึ่งผู้บริโภคควรดูคำจำกัดความที่ภาชนะบรรจุ ดังนี้
ไอศกรีม (Ice cream) คือ ผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง ผลิตจากส่วนผสมของนม โดยมีไขมัน
นมอย่างน้อยที่สุด 10% (เรียกว่าสูตรธรรมดาหรือสูตรดั้งเดิม – ผู้แปล)
สูตรลดไขมัน (Reduced fat) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมน้อยกว่าสูตรธรรมดาหรือ
ดั้งเดิม 25%
สูตรไขมันครึ่งเดียว (Light) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมน้อยกว่าสูตรธรรมดา 50%
ให้พลังงานลดน้อยลง 33% (สูตรนี้มักเรียกทับศัพท์ว่า “ไลต์” - ผู้แปล)
สูตรไขมันต่ำ (Low-fat) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมมากที่สุดไม่เกิน 3 กรัมใน
ไอศกรีมสำหรับหนึ่งคน (เสิร์ฟเพียงครึ่งถ้วย)
สูตรไร้ไขมัน (Non-fat) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมน้อยกว่า 0.5 กรัมในไอศกรีม
สำหรับหนึ่งคน
ไอศกรีมอัดแก๊ส (Overrun) คือ การอัดแก๊สใส่ไอศกรีมระหว่างกระบวนการผลิต ทำให้ได้
ปริมาณเพิ่มขึ้น และเนื้อไอศกรีมไม่จับกันเป็นก้อนน้ำแข็ง สำหรับวิธีนี้ รัฐบาลกลางของ
สหรัฐอเมริกาตั้งเกณฑ์ควบคุมไว้ว่า ไอศกรีมที่ผลิตสำเร็จแล้วต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า
4.5 ปอนด์ต่อแกลลอน (ไอศกรีมที่มีแก๊สน้อยกว่าจะมีน้ำหนักมากกว่า)
สูตรพิเศษที่สุด (Super-premium) คือ ไอศกรีมที่มีแก๊สน้อยมาก และมีไขมันนมสูง ชนิดนี้
มีจำหน่ายในตลาดเพียง 3.5%
สูตรพิเศษ (Premium) คือ ไอศกรีมที่อัดแก๊สน้อย และมีไขมันนมสูงกว่าสูตรธรรมดา ซึ่งมี
ยอดจำหน่ายสูงที่สุดในตลาดถึง 51.5%
10 อันดับ ไอศกรีมรสยอดนิยม (จากรายงานของสมาคมไอศกรีมนานาชาติ)
1. วานิลลา 6. ช็อกโกแลตชิพ
2. ช็อกโกแลต 7. วานิลลาฝรั่งเศส
3. ถั่วพีแคนผสมเนย 8. คุกกี้และครีม
4. สตรอว์เบอร์รี 9. วานิลลาฟัดจ์
5. นีโอพอลิทัน (Neopolitan) 10. ถั่วพีแคนเคลือบน้ำตาล
ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับไอศกรีม
ซิอาโอ เบลลา (Ciao Bella) : ผู้ผลิตไอศกรีมเยลลีและไอศกรีมเชอร์เบ็ตเลิศรส ใช้ส่วนผสมคุณภาพเยี่ยม และใช้วิธีผลิตด้วยมือ (handmade methods) รสอร่อยเข้มข้นไม่เหมือนของใคร บริษัท
เพิ่งได้รับรางวัลเหรียญทองสำหรับไอศกรีมช็อกโกแลตเชอร์เบ็ต จากงาน Fancy Food Show ที่นคร
นิวยอร์กเมื่อเดือนมิถุนายนนี้ สูตรอร่อยยังมีช็อกโกแลตเยลลีพร้อมมินต์สด (Fresh Mint Chocolate Chunk Gelato) และไอศกรีมเยลลีมะพร้าวเสิร์ฟในมะพร้าวครึ่งลูก
<ดูที่ www.ciaobellagelato.com>
บับบีส (Bubbies) : ผู้ผลิตเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวในรัฐฮาวาย ผู้ก่อตั้งใช้ชื่อคุณย่า(หรือยาย) เป็นชื่อร้าน กำลังโด่งดังด้วยสูตรโฮมเมดฮาวายเอียนโมชิ (Homemade Hawaiian Mochi) ใช้แผ่นแป้งรสหวานห่อก้อนไอศกรีมขนาดพอคำ (11/4 ออนซ์)
<ดูที่ www.bubbiesicecream.com>
โคลด์สโตน (Cold Stone) : ฉลองการเปิดร้านที่ไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก ครบหนึ่งปี โดยเสนอไอศกรีมเค้กแสนอร่อย รสยอดนิยมขายดีที่สุด คือ สตรอว์เบอร์รีแพสชัน (Strawberry
Passion) และ สนิกเกอร์สุพรีม (Snickers Supreme) <ดูที่www.coldstonecreamery.com>
แบสกิน-รอบบินส์ (Baskin-Robbins) : หนึ่งในร้านยอดนิยมประเภทไอศกรีมก้อนหรือ
สกูพ (scoop) มีสาขามากมาย นำเสนอไอศกรีมรสพิเศษ 2 รายการ คือ ไอศกรีมเค้กฉลองวันชาติสหรัฐอเมริกา (4 กรกฎาคม) และมาราธอนมินต์ฉลองกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน (ที่ประเทศกรีซเป็นเจ้าภาพในเดือนสิงหาคมนี้ – ผู้แปล) < ดูที่ www.baskinrobbins.com>
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่เน้นผลิตไอศกรีมเพื่อสุขภาพ ได้แก่
ไดรเอิร์ส/เอ็ดดิส (Dreyer’s/Edy’s) : ผลิตไอศกรีมไลต์ โดยวิธีปั่นไขมันช้าๆ ทำให้ได้เนื้อไอศกรีมเป็นครีมนวลสวยเหมือนแป้งเพิ่งนวดเสร็จใหม่ๆ ไขมันนมและน้ำตาลไม่ใช้ของเทียม
<ดูที่ www.dreyers.com>
ปิแอร์ส (Pierres) : ผู้ผลิตไอศกรีมสุขภาพไม่ใส่น้ำตาลแห่งเมืองคลิฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ
แต่ใช้น้ำตาลเทียม Splenda ได้ไอศกรีมไขมันต่ำที่มีรสอร่อยที่สุดที่ผู้เชี่ยวชาญเคยชิมมา มีจำหน่าย
แค่ 2 รสเท่านั้น คือ ช็อกโกแลตและวานิลลา คาดว่าปลายฤดูร้อนนี้คงผลิตรสอื่นๆเพิ่มขึ้น (ฤดูร้อนจะสิ้นสุดในปักษ์แรกของเดือนกันยายน – ผู้แปล) <ดูที่ www.pierres.com>
เบนแอนด์เจอร์ริส (Ben & Jerry’s) : ผู้ผลิตไอศกรีมสูตรพิเศษ (Premium) ชื่อดังแห่งรัฐเวอร์มอนต์ เสนอไอศกรีมไขมันต่ำ Carb Karma และไอศกรีมผัก/ธัญพืช/สมุนไพร (organic)ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ผลิตตามมาอีก <ดูที่ www.benjerry.com>
ไอศกรีม “อร่อยแน่ๆ” หากท่านปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
1. ตั้งอุณหภูมิที่ freezer ในตู้เย็นของท่านระหว่าง -5 ถึง ศูนย์ องศาฟาเรนไฮต์
2. เก็บไอศกรีมที่ด้านในของ freezer อย่าเก็บไว้ที่ด้านฝาประตู เพราะอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงได้
3. อย่าปล่อยให้ไอศกรีมละลายแล้วนำกลับมาแช่แข็งใหม่ หากเป็นเช่นนั้น สภาพของเกล็ดไอศกรีมจะใหญ่ขึ้น และรสชาติก็จะเปลี่ยนไป
4. ปิดฝาภาชนะบรรจุไอศกรีมให้แน่นเมื่อเก็บไว้ใน freezer เพื่อให้มั่นใจว่าปิดแน่นจริงๆ
ผู้เขียน (ไม่ใช่ผู้แปล) จะใช้พลาสติกอย่างดี (heavy duty) หรือแผ่นตะกั่ว (aluminium foil)
ปิดไว้ชั้นหนึ่งก่อน แล้วจึงปิดฝาภาชนะให้แน่น
5. อย่าเก็บไอศกรีมไว้ใกล้อาหารชนิดอื่นที่ไม่ได้ห่อหุ้มอย่างดี กลิ่นของอาหารเหล่านั้นสามารถ
แทรกซึมเข้าไปในไอศกรีม พร้อมทั้งทำลายรสและกลิ่นของไอศกรีมได้
หมายเหตุ - ผู้แปลเชื่อว่าทุกท่านชอบรับประทานไอศกรีม หวานเย็น น้ำแข็งใส่น้ำหวาน น้ำ
แข็งไสหรือน้ำแข็งกด ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ และหนุ่มสาว ขอจงมีความสุข
ในการบริโภคตามฐานะและโอกาสค่ะ
การประกาศดังกล่าวนับว่าช้าไป ด้วยไอศกรีมเป็นอุตสาหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งในสหรัฐอเมริกา มียอดขายถึงปีละ 20,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณแปดแสนล้านบาท-ผู้แปล)
ซึ่งองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (USDA) กล่าวว่า ชาวอเมริกันบริโภคไอศกรีมเฉลี่ยคนละ 23 ควอร์ต ต่อปี (ประมาณ 1.5 กิโลกรัม-ผู้แปล) และที่น่าฉงนก็คือ ไอศกรีมโคนหนึ่ง ก้อน (scoop) นั้น คนเราจะละเลียดเลียถึง 50 ครั้ง
ไม่กี่ปีมานี้ ผู้ผลิตคิดสูตรพิเศษและพิเศษที่สุดเพื่อตอบสนอง “ความปรารถนาของผู้บริโภค” จึงมีทั้งสูตรธรรมดา/ดั้งเดิม (regular) ไขมันครึ่งเดียว (light) ลดไขมัน reduced fat) ไขมันต่ำ (low-fat) และไร้ไขมัน (non-fat) โปรดดูคำจำกัดความ
หน้าถัดไป
ไอศกรีมได้รับผลกระทบจากการที่ประชาชนตื่นตัวเรื่องการบริโภคอาหารแป้ง/ไขมันน้อยลง เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อาหารชนิดอื่นๆ ผลสำรวจของ ACNielsen สิ้นสุดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2004 นี้ พบว่า ในรอบ 52 สัปดาห์ (1 ปี) ที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายไอศกรีมทั้งปริมาณและจำนวนเงินลดลงประมาณ 3 % แต่ตัวเลขนี้อาจไม่คงที่ เนื่องจากผู้ผลิตไอศกรีมต่างคิดไอศกรีมสูตรไขมันต่ำ รสชาติดีเยี่ยมออกมามากมาย เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอเสนอไอศกรีมสูตรใหม่ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่ายอดเยี่ยม (ผู้เชี่ยวชาญคือ แคที แมตต์ แอนน์ และแอล)
เกร็ดประวัติไอศกรีม
ผู้ศึกษาประวัติไอศกรีมบางกลุ่มเชื่อว่า อาหารยอดอร่อยนี้ถือกำเนิดในประเทศจีน โดยแปรรูปจากหวานเย็นที่บริโภคตามบ้าน หลายกลุ่มกลับคิดว่าไอศกรีมเกิดขึ้นในยุโรป มีชาวฝรั่งเศสหรืออิตาเลียนทำหวานเย็นจากน้ำผลไม้ แล้วจึงคิดเติมนมกับไขมันด้วย
อย่างไรก็ดี นับว่าสหรัฐอเมริการิเริ่มนำหวานเย็นซึ่งบริโภคกันในหมู่ชนชั้นสูงจำนวนน้อย
มาผลิตเพื่อสาธารณชน ร้านขายไอศกรีมแห่งแรกของชาวอเมริกันเปิดขายในนครนิวยอร์ก เมื่อปีค.ศ. 1776 (พ.ศ. 2319 ปีที่สหรัฐอเมริกาประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นต่ออังกฤษ – ผู้แปล) ต่อมาปี ค.ศ.
1812 ดอลลี แมดิสัน ภริยาของประธานาธิบดีสั่งให้เสิร์ฟไอศกรีมในงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งประธานาธิบดี ณ ทำเนียบขาว แต่หนุ่มชาวบอลทิมอร์ รัฐแมรีแลนด์ ชื่อ เจคอบ ฟัสเซลล์ (Jacob
Fussell) เป็นผู้ริเริ่มผลิตไอศกรีมเป็นอุตสาหกรรมจำหน่ายแก่ปวงชนอเมริกัน ราคาจึงถูกลงและหาซื้อได้ง่ายขึ้น
ไอศกรีมสูตร “พิเศษ” และ “ไขมันต่ำ” คืออะไร
ส่วนผสมหลักของไอศกรีมธรรมดา (ในเมนูไอศกรีมมักเรียกว่า สูตรดั้งเดิม – ผู้แปล) คือ ไขมันนม นม และน้ำตาล ในสหรัฐอเมริกานั้น ไอศกรีมต้องมีส่วนผสมไขมันนม 10% และจะเรียกว่า สูตรพิเศษ (premium) หากผสมไขมันนม 16% หรือมากกว่า นอกจากนี้ ผู้ผลิตมักผสมผลไม้ ถั่ว ช็อกโกแลตชิพ หรือลูกกวาด ทั้งเพิ่มรส สีสัน และกลิ่นหอมต่างๆเพื่อจูงใจผู้บริโภค
ภาชนะบรรจุไอศกรีมนานารูปแบบในซูเปอร์มาร์เก็ตก็ทำให้ลูกค้าสับสนได้ ผู้ซื้อต้องมั่นใจว่าต้องการชนิดใด องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้กำหนดมาตรฐานของไอศกรีมไว้ ซึ่งผู้บริโภคควรดูคำจำกัดความที่ภาชนะบรรจุ ดังนี้
ไอศกรีม (Ice cream) คือ ผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง ผลิตจากส่วนผสมของนม โดยมีไขมัน
นมอย่างน้อยที่สุด 10% (เรียกว่าสูตรธรรมดาหรือสูตรดั้งเดิม – ผู้แปล)
สูตรลดไขมัน (Reduced fat) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมน้อยกว่าสูตรธรรมดาหรือ
ดั้งเดิม 25%
สูตรไขมันครึ่งเดียว (Light) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมน้อยกว่าสูตรธรรมดา 50%
ให้พลังงานลดน้อยลง 33% (สูตรนี้มักเรียกทับศัพท์ว่า “ไลต์” - ผู้แปล)
สูตรไขมันต่ำ (Low-fat) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมมากที่สุดไม่เกิน 3 กรัมใน
ไอศกรีมสำหรับหนึ่งคน (เสิร์ฟเพียงครึ่งถ้วย)
สูตรไร้ไขมัน (Non-fat) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมน้อยกว่า 0.5 กรัมในไอศกรีม
สำหรับหนึ่งคน
ไอศกรีมอัดแก๊ส (Overrun) คือ การอัดแก๊สใส่ไอศกรีมระหว่างกระบวนการผลิต ทำให้ได้
ปริมาณเพิ่มขึ้น และเนื้อไอศกรีมไม่จับกันเป็นก้อนน้ำแข็ง สำหรับวิธีนี้ รัฐบาลกลางของ
สหรัฐอเมริกาตั้งเกณฑ์ควบคุมไว้ว่า ไอศกรีมที่ผลิตสำเร็จแล้วต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า
4.5 ปอนด์ต่อแกลลอน (ไอศกรีมที่มีแก๊สน้อยกว่าจะมีน้ำหนักมากกว่า)
สูตรพิเศษที่สุด (Super-premium) คือ ไอศกรีมที่มีแก๊สน้อยมาก และมีไขมันนมสูง ชนิดนี้
มีจำหน่ายในตลาดเพียง 3.5%
สูตรพิเศษ (Premium) คือ ไอศกรีมที่อัดแก๊สน้อย และมีไขมันนมสูงกว่าสูตรธรรมดา ซึ่งมี
ยอดจำหน่ายสูงที่สุดในตลาดถึง 51.5%
10 อันดับ ไอศกรีมรสยอดนิยม (จากรายงานของสมาคมไอศกรีมนานาชาติ)
1. วานิลลา 6. ช็อกโกแลตชิพ
2. ช็อกโกแลต 7. วานิลลาฝรั่งเศส
3. ถั่วพีแคนผสมเนย 8. คุกกี้และครีม
4. สตรอว์เบอร์รี 9. วานิลลาฟัดจ์
5. นีโอพอลิทัน (Neopolitan) 10. ถั่วพีแคนเคลือบน้ำตาล
ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับไอศกรีม
ซิอาโอ เบลลา (Ciao Bella) : ผู้ผลิตไอศกรีมเยลลีและไอศกรีมเชอร์เบ็ตเลิศรส ใช้ส่วนผสมคุณภาพเยี่ยม และใช้วิธีผลิตด้วยมือ (handmade methods) รสอร่อยเข้มข้นไม่เหมือนของใคร บริษัท
เพิ่งได้รับรางวัลเหรียญทองสำหรับไอศกรีมช็อกโกแลตเชอร์เบ็ต จากงาน Fancy Food Show ที่นคร
นิวยอร์กเมื่อเดือนมิถุนายนนี้ สูตรอร่อยยังมีช็อกโกแลตเยลลีพร้อมมินต์สด (Fresh Mint Chocolate Chunk Gelato) และไอศกรีมเยลลีมะพร้าวเสิร์ฟในมะพร้าวครึ่งลูก
<ดูที่ www.ciaobellagelato.com>
บับบีส (Bubbies) : ผู้ผลิตเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวในรัฐฮาวาย ผู้ก่อตั้งใช้ชื่อคุณย่า(หรือยาย) เป็นชื่อร้าน กำลังโด่งดังด้วยสูตรโฮมเมดฮาวายเอียนโมชิ (Homemade Hawaiian Mochi) ใช้แผ่นแป้งรสหวานห่อก้อนไอศกรีมขนาดพอคำ (11/4 ออนซ์)
<ดูที่ www.bubbiesicecream.com>
โคลด์สโตน (Cold Stone) : ฉลองการเปิดร้านที่ไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก ครบหนึ่งปี โดยเสนอไอศกรีมเค้กแสนอร่อย รสยอดนิยมขายดีที่สุด คือ สตรอว์เบอร์รีแพสชัน (Strawberry
Passion) และ สนิกเกอร์สุพรีม (Snickers Supreme) <ดูที่www.coldstonecreamery.com>
แบสกิน-รอบบินส์ (Baskin-Robbins) : หนึ่งในร้านยอดนิยมประเภทไอศกรีมก้อนหรือ
สกูพ (scoop) มีสาขามากมาย นำเสนอไอศกรีมรสพิเศษ 2 รายการ คือ ไอศกรีมเค้กฉลองวันชาติสหรัฐอเมริกา (4 กรกฎาคม) และมาราธอนมินต์ฉลองกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน (ที่ประเทศกรีซเป็นเจ้าภาพในเดือนสิงหาคมนี้ – ผู้แปล) < ดูที่ www.baskinrobbins.com>
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่เน้นผลิตไอศกรีมเพื่อสุขภาพ ได้แก่
ไดรเอิร์ส/เอ็ดดิส (Dreyer’s/Edy’s) : ผลิตไอศกรีมไลต์ โดยวิธีปั่นไขมันช้าๆ ทำให้ได้เนื้อไอศกรีมเป็นครีมนวลสวยเหมือนแป้งเพิ่งนวดเสร็จใหม่ๆ ไขมันนมและน้ำตาลไม่ใช้ของเทียม
<ดูที่ www.dreyers.com>
ปิแอร์ส (Pierres) : ผู้ผลิตไอศกรีมสุขภาพไม่ใส่น้ำตาลแห่งเมืองคลิฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ
แต่ใช้น้ำตาลเทียม Splenda ได้ไอศกรีมไขมันต่ำที่มีรสอร่อยที่สุดที่ผู้เชี่ยวชาญเคยชิมมา มีจำหน่าย
แค่ 2 รสเท่านั้น คือ ช็อกโกแลตและวานิลลา คาดว่าปลายฤดูร้อนนี้คงผลิตรสอื่นๆเพิ่มขึ้น (ฤดูร้อนจะสิ้นสุดในปักษ์แรกของเดือนกันยายน – ผู้แปล) <ดูที่ www.pierres.com>
เบนแอนด์เจอร์ริส (Ben & Jerry’s) : ผู้ผลิตไอศกรีมสูตรพิเศษ (Premium) ชื่อดังแห่งรัฐเวอร์มอนต์ เสนอไอศกรีมไขมันต่ำ Carb Karma และไอศกรีมผัก/ธัญพืช/สมุนไพร (organic)ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ผลิตตามมาอีก <ดูที่ www.benjerry.com>
ไอศกรีม “อร่อยแน่ๆ” หากท่านปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
1. ตั้งอุณหภูมิที่ freezer ในตู้เย็นของท่านระหว่าง -5 ถึง ศูนย์ องศาฟาเรนไฮต์
2. เก็บไอศกรีมที่ด้านในของ freezer อย่าเก็บไว้ที่ด้านฝาประตู เพราะอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงได้
3. อย่าปล่อยให้ไอศกรีมละลายแล้วนำกลับมาแช่แข็งใหม่ หากเป็นเช่นนั้น สภาพของเกล็ดไอศกรีมจะใหญ่ขึ้น และรสชาติก็จะเปลี่ยนไป
4. ปิดฝาภาชนะบรรจุไอศกรีมให้แน่นเมื่อเก็บไว้ใน freezer เพื่อให้มั่นใจว่าปิดแน่นจริงๆ
ผู้เขียน (ไม่ใช่ผู้แปล) จะใช้พลาสติกอย่างดี (heavy duty) หรือแผ่นตะกั่ว (aluminium foil)
ปิดไว้ชั้นหนึ่งก่อน แล้วจึงปิดฝาภาชนะให้แน่น
5. อย่าเก็บไอศกรีมไว้ใกล้อาหารชนิดอื่นที่ไม่ได้ห่อหุ้มอย่างดี กลิ่นของอาหารเหล่านั้นสามารถ
แทรกซึมเข้าไปในไอศกรีม พร้อมทั้งทำลายรสและกลิ่นของไอศกรีมได้
หมายเหตุ - ผู้แปลเชื่อว่าทุกท่านชอบรับประทานไอศกรีม หวานเย็น น้ำแข็งใส่น้ำหวาน น้ำ
แข็งไสหรือน้ำแข็งกด ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ และหนุ่มสาว ขอจงมีความสุข
ในการบริโภคตามฐานะและโอกาสค่ะ
ไอศกรีมที่แพงที่สุดในโลก

ไอศครีม แพงที่สุดในโลก Most expensive Icecream
Grand Opulence เป็นชื่อ ไอศครีมซันเด ( Sundae ) แพงที่สุดในโลก ที่ขายในภัตตาคาร Serendipity restaurant ที่มหานครนิวยอร์ค ( New York ) ในราคาถ้วยละ 35,000 บาท ( 1,000 เหรียญยูเอส )
ไอศครีม Grand Opulence ประกอบไปด้วย
* ไอศครีมวนิลา คุณภาพเยี่ยมที่สุดจากหมู่เกาะตาฮิติ 5 ก้อน ( Scoops )
* ราดด้วยวนิลาจาก มาดากัสการ์ ( Madagascar vanilla )
* ตกแต่งหน้าด้วยแผ่นทองคำเปลว 23K รูปใบไม้
* โรยด้วยช็อกโกแลต ที่แพงที่สุดในโลก ยี่ห้อ Amedei Porcelana ผสมกับสุดยอดช็อกโกแลตยี่ห้อ Chuao chocolate
* โรยด้วยลูกกวาดรสผลไม้ชื่อก้องจากปารีส หุ้มด้วยทองคำเปลว
* เห็ดทรัฟเฟิล ( Truffle ) เป็นเห็ดที่หายากและแพงมาก
* ลูกเชอร์รี่ Marzipan
* คาร์เวียร์รสหวาน และกลิ่นหอมเหมือนส้ม กับ Armagnac สีออกเหลืองทอง ยี่ห้อ "salt-free American Golden caviar"
* เสริฟในถ้วยแก้วคริสตัล พร้อมกับช้อนทอง 18K
วิธีการทำไอศกรีมทอด

ส่วนประกอบ
ไอศครีมรสที่ชอบ (จะให้อร่อยต้องเป็นไอศครีมที่มีรสหวานและมัน ไม่แนะนำเชอร์เบท หรือ หวานเย็น)
ขนมปังแซนวิชใหม่ๆ 1 นาที ต่อ 2 แผ่น
ผงขนมปังป่น
ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำมันพืชสำหรับทอด
เคล็ดลับ กระทะที่ใช้ทอดไอศครีมควรเป็นกระทะก้นมน และไอศครีมควรแช่ในช่องแข็งให้เย็นจัด แต่ต้องไม่แข็งเกินไปจนตักไม่ได้
วิธีทำ
เริ่มจากการทำขนมปังป่นก่อน ง่ายๆ ค่ะ นำขนมปังแซนด์วิชมาตากแดดจนแห้งกรอบ หรือจะใช้อบในเตาด้วยไฟอ่อนจนกรอบ จากนั้นนำไปป่นให้ละเ**ยด
คราวนี้ก็ถึงขั้นตอนการทำแล้วค่ะ เริ่มจากเตรียมขนมปังป่นใส่ถ้วย นำขนมปังแซนด์วิช
มาตัดขอบสีน้ำตาลออก ตีไข่ไก่ในถ้วย**กใบให้พอเข้ากัน
ตั้งกระทะบนเตาด้วยไฟกลาง ตั้งน้ำมันให้ร้อน นำไอศครีมออกจากช่องแช่แข็ง ตักไอศครีม 1 ก้อนวางลงบนขนมปัง ทาไข่รอบๆ
เอาขนมปัง**กแผ่นหนึ่งประกบ แล้วปั้นให้เป็นรูปกลมๆ ชุบลงในไข่ แล้วคลุกกับขนมปังป่น ใช้อุ้งมือบีบให้เป็นก้อน แล้วชุบไข่ และคลุกกับขนมปังป่น**กครั้ง
นำลงทอดทันที พอผิวขนมปังเป็นสีเหลืองอ่อนๆ ให้ใช้กระชอนตักขึ้นทันที (ไม่ควรทอดเกิน 30 วินาที)
วางลงบนกระดาษซับมัน ตักใช่จานหรือถ้วยเสิร์ฟ แต่งหน้าด้วยฮอทฟัดจ์ หรือวิปปิ้งครีม จะใส่ผลไม้สดแบบเชอรี่ หรือสตอเบอรี่ก็ได้
ไอศกรีมทอด


SANTA ไอศกรีมทอด…อร่อยรูปแบบใหม่ สไตล์ออสเตรเลียไม่เรียกเก็บเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน รายปี ฉะนั้นกำไรทั้งหมดจึงเป็นของคุณเพียงผู้เดียว
ลักษณะกิจการ ร้านขายไอศกรีมทอด
ชื่อธุรกิจ (ไทย) ไอศกรีมทอด แซนต้า
ชื่อธุรกิจ (อังกฤษ) Santa Fried Icecream
ความเป็นมา ประสบการณ์การทำงานจากสมัยที่ยังเป็นนักศึกษาประเทศออสเตรเลีย ประกอบกับเป็นคนที่รู้ค่าของวันคืน ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปอย่างเปล่าประโยชน์ ทำให้เจ้าของแฟรนไซส์แบรนด์ไทยท่านนี้ นำความรู้กลับมาบุกเบิกสร้างหนทางรวยให้กับคนในประเทศ ด้วยแฟรนไซส์ "SANTA ไอศกรีมทอด"
ระบบธุรกิจที่เกิดขึ้นจากความรู้จริงในเรื่องของรสชาติ ตลอดจนกรรมวิธีการนำไอศกรีมไปทอดให้เหลืองกรอบ โดยที่ยังคงความหวานหอมของเนื้อไอศกรีม
คุณสันติ รัตนกรรภิรมย์ เล่าถึงที่มาของธุรกิจว่า เมื่อก่อนไปเรียนที่ออสเตรเลีย เรียนด้วยทำงานพิเศษด้วย งานที่ทำคือไอศกรีมทอด ได้เรียนรู้ทั้งหมดของขั้นตอนการผลิตจนออกขายด้วยตัวเอง ซึ่งสินค้าเป็นที่นิยมมากทั้งชาวต่างชาติและชาวเอเชียด้วยกัน เมื่อกลับมาเมืองไทยจึงนำสูตรนี้กลับมาด้วย เพราะคิดว่าน่าจะเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ที่ดีในเมืองไทยเรา กลับมาได้ประมาณ 4-5 วันก็เปิดธุรกิจตัวนี้เลย หาทำเลในการประกอบการ เปิดขายด้วยตัวเองก่อน ทดลองตลาดและเรียนรู้รูปแบบธุรกิจด้วยตัวเองทั้งหมด
ลักษณะสินค้า
และบริการ วันนี้ เราพร้อมแล้วที่จะทำให้คุณได้สร้างอนาคตที่ดีกับการเป็นเจ้าของกิจการ ไอศกรีมทอด Santa แฟรนไชส์ราคาถูก- คืนทุนภายใน 1 เดือน
ไอศกรีมรสชาติหอมหวาน กลมกล่อมด้วยขนมปังทอดที่ห่อหุ้มอยู่รอบนอก
ลูกเล็กขายที่ราคา 20 บาท ลูกใหญ่ราคาลูกละ 30 บาท มีประมาณ 20 รสชาติ เช่น คาปูชิโน มอคคาชิโน ชีส สตรอว์เบอร์รี่ โยเกิร์ต และอื่น ๆ
ซึ่งในส่วนนี้ลูกค้าสามารถเติมแต่งท็อปปิ้งได้ตามใจชอบในด้านแฟรนไชส์ทางบริษัทจะสอนขั้นตอนการทำทุกอย่าง จนผู้ประกอบการสามารถออกไปทำธุรกิจด้วยตัวเองได้ ตั้งแต่การทำไอศกรีม การทำท็อปปิ้ง การทอด เคล็บลับความอร่อยอื่น ๆ
โดยเมื่อเข้ารับการอบรมกับทางบริษัทแล้วเจ้าของธุรกิจจะทราบถึงข้อดีของแฟรนไชส์ ซานต้าไอศกรีมทอดที่ไม่เหมือนใคร คือ ไม่ต้องเดินทางเข้ามารับของที่ต้นสาขาให้เสียค่าใช้จ่ายในการขนส่ง โดยสินค้าต่าง ๆ นการทำธุรกิจจะเป็นสินค้าที่สมาชิกแฟรนไชส์ของเราสามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดใกล้บ้าน เพียงแต่รู้สูตรวิธีการปรุง ก็จะได้ไอศกรีมรสชาติอร่อยใหม่ไม่เหมือนใคร
ประเทศ Thailand
ค่าแฟรนไชส์ 29,000 บาท
จำนวนสาขา 13 สาขา
รายละเอียดสาขา -
นโยบาย
การขยายสาขา ขายแฟรนไชส์
การลงทุน ต้นทุนในการผลิตต่อลูก ต่ำมาก
สามารถขยายส่งตามร้านค้าในโรงเรียน, ร้านอาหาร, ซุ้มชาไข่มุก, หรือร้านต่างๆ
กำไรเฉลี่ยต่อวัน 1,500-3,000 บาท- ขายอยู่กับที่ หรือเคลื่อนย้ายไปตามแหล่งชุมชนได้
รับประกันการขาดทุน ยินดีคืนเงิน 100% เต็ม
แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ
1.ลงทุนที่ราคา 29,000 บาท สองหมื่นเก้าพันบาท เป็นการสอนสูตรทั้งหมดพร้อมอุปกรณ์ในการขายครบชุด
2.ราคา 3,900 บาท เป็นการสอนสูตรเพียงอย่างเดียวแล้วผู้ประกอบการไปซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยตนเอง
ความซื่อสัตย์ ตัวบ่งชี้ความสำเร็จ เนื่องจากธุรกิจของเราไม่มีการเรียกเก็บเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจากที่เก็บในครั้งแรก ถือเป็นการทำธุรกิจที่ไม่มีข้อผูกมัดและลงทุนไม่สูง
จึงอยากให้ผู้ที่ต้องการทำธุรกิจนี้เป็นผู้ที่มีใจรักในการขายจริง ๆ ไม่ใช่เพียงเห็นว่าเป็นธุรกิจที่มีการลงทุนต่ำเมื่อมาลงทุนแล้วรู้สึกไม่ชอบก็ทิ้งธุรกิจนี้ไปเลย
ซึ่งทางบริษัทมองว่าตัวสมาชิกเองนั้นจะเสียเงินเปล่า
ดังนั้นก่อนคิดลงทุนธุรกิจของซานต้าไอศกรีมทอดจึงอยากให้ผู้ประกอบการตรวจสอบความชอบของตนเองเสียก่อน และประการสำคัญต่อมา ในการทำธุรกิจนี้ให้ประสบความสำเร็จ คือความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ไม่เอาเปรียบลูกค้าของตัวเอง อย่าคิดว่าลูกค้าของเราเขาโง่ ทำดีหรือไม่ดีสำหรับธุรกิจอาหารนั้นเห็นผลทันตา ให้คิดเปรียบเทียบกับตัวเราเองร้านไหนบริการดี อาหารอร่อยและเราไม่รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ เราก็อยากจะใช้บริการนั้นอยู่เรื่อย ๆ
ระยะเวลาคืนทุน -
คุณสมบัติ
ผู้ลงทุน -
สิ่งที่แฟรนไชส์ซี่
จะได้รับ อุปกรณ์ที่ได้รับ
เตาทอดไอศกรีมไฟฟ้า 1 ชุด
ภาชนะขาย 50 ชุด
อุปกรณ์ในการทอดขาย 1 ชุด
ชุด TOPPING แต่งหน้า 1 ชุด
อื่นๆ นักธุรกิจหนุ่มท่านนี้กล่าวว่า ก่อตั้งซานต้าไอศกรีมทอดมาประมาณ 8 เดือน ปัจจุบันมีสาขาแล้วถึง 13 สาขา
ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด เช่นที่ โคราช ราชบุรี ชลบุรี
ดังนั้นในตลาดกรุงเทพฯ และตามเมืองใหญ่ต่าง ๆ จึงเป็นตลาดที่น่าลงทุนมากในตอนนี้
สำหรับสมาชิกแฟรนไชส์สามารถเข้ามาพบเพื่อปรึกษาปัญหาต่าง ๆ ในการทำธุรกิจได้ตลอดเวลา แต่เท่าที่ผ่านมาสมาชิกของเรานั้นแทบจะไม่พบปัญหาในการทำธุรกิจเลย มีบ้างที่ไม่มั่นใจว่าตนเองจะสามารถทำไอศกรีมทอดได้ ก็จะเข้ามารับการอบรมขั้นตอนการทำหลายครั้งซึ่งทางบริษัทก็ยินดีมากในส่วนนี้
โดยการเข้าอบรมภายหลังนั้นสมาชิกไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการอบรมเพิ่มแต่อย่างใด เรียกว่าต้องการเข้ามาอบรมหรือปรึกษาปัญหาเมื่อไร ก็เข้ามาที่บริษัทได้เมื่อนั้น
ชื่อผู้ติดต่อ คุณสันติ รัตนกรรภิรมย์
ที่อยู่ เลขที่ 62/22 ซอยวิภาวดี 42 เขตบางเขน แขวงจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 086-8925774
โทรสาร -
อีเมล์ -
เว็บไซต์ -
วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553
แนะนำร้านไอศกรีม


"Parferio" ร้านไอศกรีมและขนมหวานแห่งแรกของประเทศไทย ที่มีเมนูไอศกรีมและขนมหวานให้เลือกกว่า 150 เมนู และเป็นร้านแรกในประเทศไทยอีกเช่นกัน ที่ใช้การปรุงแต่งไอศกรีมหน้าร้านด้วยเชฟไอศกรีม ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น “ มร.อิเคดะ คาซูโตะ” สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้บริโภคคนไทย ได้ลิ้มลองไอศกรีมจากแดนปลาดิบที่เป็นต้นตำรับแท้จากเชฟคนดัง
เมนูที่ได้รับความนิยมที่สุดในขณะนี้
สำหรับเจ้าของร้านไอศกรีม และขนมหวาน Parferio เป็นทายาทคนดังของซาฟารีเวิลด์ “นายฤทธิ์ คิ้วคชา” ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จจากการเปิดร้านไอศกรีมที่หลายคนรู้จักกันดี ชื่อว่า Sfree ร้านไอศกรีมญี่ปุ่นแห่งแรกในประเทศไทย ที่มีเมนูไอศกรีมและกรานิต้าให้เลือกกว่า 80 เมนู ซึ่ง GRANITA (กรานิต้า) คือ ไอศกรีมเกล็ดคริสตัล ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และ Parferioมีกรานิต้าที่ทำจากผลไม้สดทั้งของไทยและต่างประเทศ ให้เลือกว่า 20 รสชาติ ซึ่งผู้ที่ชื่นชอบไอศกรีมสไตล์ญี่ปุ่นอย่างกรานิต้า ไม่ต้องเดินทางไปกินไกลถึงประเทศญี่ปุ่น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
